สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทยยินดีต้อนรับ คุณ
หน้าแรก ติดต่อสอบถาม กระดานข่าว  
สมาคมทันตาภิบาล
ชื่อผู้ใช้งาน
สมาคมทันตาภิบาล
   รหัสผ่าน
สมาคมทันตาภิบาล
 จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน  
 
นัดเข้ารับการรักษา
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย ข่าวประชาสัมพันธ์
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย กระดานข่าวสมาคม
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย ลงทะเบียนประชุมวิชาการ
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย ดาวน์โหลด
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย
 
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย ประวัตินายกสมาคม
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย คณะกรรมการสมาคม
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย ข้อบังคับของสมาคม
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย ประวัติความเป็นมา
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย
 
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย รายละเอียดการสมัคร
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย สมัครสมาชิกสมาคม
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย ค้นหารายชื่อสมาชิก
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย
 
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย วสส.ชลบุรี
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย วสส.ขอนแก่น
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย วสส.ยะลา
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย วสส.พิษณุโลก
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย วสส.สุพรรณบุรี
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย วสส.ตรัง
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย วสส.อุบลราชธานี
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย สำนักทันตสาธารณสุข
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย กรมอนามัย
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย คุ้มครองผู้บริโภค
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย
 
Friend link
ผู้เข้าชม  
ขณะนี้มีผู้ Online 1 คน

Friend link
 
 
สมาคมทันตาภิบาล
ความเป็นมา เรียบเรียงจากบทความประวัติทันตาภิบาล โดยมรว.นิภัสร ลดาวัลย์  ลงในอนุสรณ์ทันตาภิบาล 7-9 (พ.ศ. 2520)

               เมื่อปี 2503 Dr.R.Harris ที่ปรึกษาทางด้านทันตกรรมขององค์การอนามัยโลก(WHO)ประจำประเทศไทย  ได้เสนอแนะให้แต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาทางทันตกรรมขึ้นในกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพัฒนาเกี่ยวกับโครงการทันตกรรม รัฐมนตรีได้มีคำสั่งที่ 123/2503 แต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวขึ้น เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2503 คณะกรรมการได้ให้ความเห็นข้อหนึ่งว่า รัฐบาลควรเห็นความสำคัญในการดูแลทันตสุขภาพแก่เด็ก เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพทั่วไปและป้องกันไม่ให้เกิดโรคฟันผุแพร่หลาย ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจในส่วนรวม คณะกรรมการได้เสนอให้จัดตั้งคลินิกไว้ในโรงเรียนและเห็นควรให้ทันตานามัยที่มีอยู่แล้วในขณะนั้น ทำหน้าที่ดูแลทันตสุขภาพเด็กในโรงเรียนเหล่านั้นภายใต้การดูแลของทันตแพทย์ 1 คนต่อทันตานามัย 5 คน นอกจากนั้นยังเสนอให้จัดวางโครงการผลิตบุคลากรเข้าปฏิบัติราชการตามอัตราส่วนดังกล่าวด้วย

           ต่อมาปี พ.ศ. 2506 กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษาทางทันตสาธารณสุข ตามข้อเสนอของที่ปรึกษาขององค์การอนามัยโลก ที่เสนอว่าโรคในช่องปากนั้นเป็นโรคสำคัญซึ่งจะทำให้สุขภาพของประชาชนดีหรือเสื่อมได้ และการจัดการเกี่ยวกับโรคในช่องปากของประชาชนนั้น ต้องทำทั้งในด้านส่งเสริมป้องกันและรักษา ด้วยความร่วมมือของส่วนราชการทั้งภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุขในการดำเนินการ และคณะรัฐมนตรีได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าว ในวันที่ 22 มกราคม 2506 ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มาจากหลายหน่วยงานทั้งจากกระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัย กระทรวงกลาโหม และ กระทรวงสาธารณสุข และเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2506 คณะกรรมการชุดนี้ได้พิจารณาเรื่องอบรมพนักงานทันตาภิบาลตามโครงการของกรมอนามัยและสรุปจากการได้ดังนี้

  1. หลักสูตร ควรมีระยะเวลา 2 ปี กรมอนามัยคัดเลือกเข้าเรียน ปีละ 50 คน
  2. ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องมีพื้นความรู้สอบไล่ได้ชั้น ม.ศ.5 และเป็นหญิง
  3. ผู้สำเร็จการอบรมแล้วไม่ต้องรับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ให้ปฏิบัติงานอยู่ในโรงเรียนเพื่อดูแลทันตสุขภาพเด็กนักเรียนภายใต้การควบคุมของทันตแพทย์
           แต่ยังไม่มีการอบรมทันตาภิบาลเลย จนกระทั่ง ปี พ.ศ. 2509 กรมอนามัยได้จัดทำแผนการอบรมขึ้น โดยจะรับผู้เข้าอบรมจากผู้ที่สำเร็จ ม.ศ.5 ระยะเวลาอบรม 1 ½ ปี และเมื่อจบหลักสูตรแล้วจะแต่งตั้งให้ประจำอยู่ที่สถานีอนามัยชั้น 1 เพื่อป้องกันและรักษาโรคฟัน ให้แก่นักเรียนและประชาชน แต่ตอนนั้นยังไม่ดำเนินการเพราะขาดอุปกรณ์และสถานที่การอบรม และกำลังขอความช่วยเหลือจากองค์การอนามัยโลก            ในปี พ.ศ. 2510 กรมอนามัยได้มอบหมายให้กองการศึกษาและฝึกอบรมดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนทันตาภิบาลขึ้น และรับสมัครทันตแพทย์จำนวน 5 ท่าน เป็นผู้ฝึกอบรมดังรายชื่อต่อไปนี้
  1. ทพ.ถวิล       อานนท
  2. ทพญ.เรวดี    ต่อประดิษฐ
  3. ทพ.เลอพงษ์  ศาสตรสาธิต
  4. ทพญ.สมสุข  ศิวายพรามณ
  5. ทพญ.สังวรณ์  สุชาตานนท
           วันที่ 5 มิ.ย.2510 กรมอนามัยจัดประชุมเพื่อปรึกษาเรื่องการจัดตั้งโรงเรียนทันตาภิบาลและเห็นชอบในหลักการที่ว่า
  1. เห็นชอบในหลักการที่จะอบรมทันตาภิบาล
  2. ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องมีพื้นความรู้สอบไล่ได้ชั้น ม.ศ.5 และเป็นหญิง
  3. หน้าที่การปฏิบัติงานจะได้พิจารณาละเอียดโดยอนุกรรมการที่จะตั้งขึ้น
  4. ทันตาภิบาลที่สำเร็จการศึกษาแล้วจะประจำที่สถานีอนามัยชั้น 1 และให้ปฏิบัติงานที่โรงเรียน
  5. ผู้สำเร็จการอบรมแล้วไม่ต้องรับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ
  6. คณะทันตแพทยศาสตร์ยินดีให้ความช่วยเหลือเรื่องวิชาการ
           โดยมีที่ปรึกษาจากองค์การอนามัยโลก Dr.G.H.Leslie ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอนามัยประเทศนิวซีแลนด์มาช่วยดำเนินการ เป็นเวลา 6 เดือน และขออนุมัติเงินจากแผนพัฒนาภาคตะวันออกจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อเป็นงบประมาณก่อสร้างตึกทันตาภิบาลเสร็จในปี 2511

 ขอบเขตและหน้าที่ของทันตาภิบาล

          ทันตาภิบาลมีหน้าที่ดูแลทันตสุขภาพของเด็กวัยก่อนเรียน และเด็กชั้นประถมศึกษาอายุไม่เกิน 14 ปี  ภายในคลินิกของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีขอบเขตการปฏิบัติงานดังนี้
  1. ตรวจและบันทึกสภาวะผิดปกติของฟัน
  2. ทำความสะอาดฟัน
  3. อุดฟันถาวรและฟันน้ำนมที่ผ
  4. ถอนฟันน้ำนมและฟันถาวรโดยใช้ยาชาเฉพาะตำแหน่ง
  5. การทายาเพื่อป้องกันฟันผ
  6. พิจารณาจัดส่งเด็กที่มีปัญหาสบฟันผิดปกติหรือความพิการอื่นๆที่นอกเหนือจากการปฏิบัติงานของตนไปรับการบำบัดจากทันตแพทย
  7. ให้ทันตสุขศึกษา
          โรงเรียนทันตาภิบาลได้เปิดสอนนักเรียนทันตาภิบาลรุ่นแรกเมื่อ เดือนกรกฎาคม 2511          

          โรงเรียนทันตาภิบาลมีหลักการคล้ายๆคลึงกับ Dental Nurse ของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2468 และประเทศที่ดำเนินการโครงการนี้ไปแล้วก่อนประเทศไทย(ปี 2520) มีดังนี้ มาเลเซีย สิงคโปร์ ศรีลังกา ฮ่องกง และอินโดนีเซีย และภูมิภาคอื่นๆ เช่น อังกฤษ แคนาดา ออสเตรเลีย









สงวนลิขสิทธิ์โดย © สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย All Right Reserved.

ติดประกาศ: 10-12-2010

[ ย้อนกลับ ]

download file

สมาคมทันตาภิบาล
 
 
 
หน้าแรก || กระดานข่าว || ติดต่อสอบถาม
สมาคมทันตาภิบาลแห่งประเทศไทย อาคาร 4 ชัน 6 ตึกกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข
ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 02-590-4209 โทรสาร 02-590-4204